2007/Apr/27

-2-


... ไปล่ะ เทซกเอ่ยขึ้นหลังจากที่เด็กหญิงไปยืนอยู่หน้าประตูบ้านเป็นที่เรียบร้อย

... ขอบคุณนะที่เดินมาส่ง.... แต่ว่า... ไม่ต้องเดินมาส่งแล้วก็ได้... บ้านเราอยู่คนละฟากเลยนะ

เป็นผู้หญิง เดินกลับบ้านคนเดียวอันตราย เขาพูดเรียบๆ ก่อนจะหันหลังเดินไป

.. แล้วเจอกันพรุ่งนี้นะ ยูจีนตะโกนไล่หลัง สายตาจับจ้องแผ่นหลังของอีกฝ่าย ที่กำลังเล็กลงเรื่อยๆ จนลับสายตาไป จึงได้เปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้ามาข้างใน

ร่างบางทิ้งตัวลงกับเตียงนอน ดวงตาคู่สวยปิดลง ความคิดมากมายหลั่งไหลอยู่ในสมอง จะได้อยู่กับเทซกแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนกัน

น่าดีใจที่ได้รู้ว่าเธอก็เห็นฉันเป็นผู้หญิงคนนึงเหมือนกัน แต่มันซักแค่ไหนกันล่ะ - - - คนแบบเธอ ให้เอาคีมมาง้างปากก็คงไม่พูดหรอกว่าคิดอะไรอยู่ ถ้าทำได้ก็อยากจะผ่าหัวเธอดูเหมือนกันนะเทซก ว่าเธอคิดอะไรบ้าง ทำไมเธอถึงใจดีกับฉันเสมอ ทำให้ฉันรักมากๆแบบนี้ เดี๋ยววันนึงทนไม่ไหว บอกรักเธอ แล้วก็โดนปฏิเสธจนอยากตาย - - - แต่ช่างเถอะ อยู่แบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

อากาศยามเช้านี่สดชื่นดีจริงๆ

อรุณสวัสดิ์... ชุนยูจีน เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นหูดังขึ้น ยูจีนเงยหน้าขึ้นมองแล้วก็ต้องแปลกใจ

อรุณสวัสดิ์... ซองเกโอ เด็กสาวยิ้มทักพลางมองอีกฝ่ายอย่างงงๆ ยุนเซยองไปไหนกัน ทั้งๆที่ปกติตัวติดกันยิ่งกว่าอะไรเสียอีก

... มองหาอะไรเหรอ

ยุนเซยองล่ะ ไม่ได้มาด้วยกันเหรอ

เปล่า...

แล้วทำไมอยู่ดีๆเธอถึงมาโผล่ตรงนี้ ยูจีนกอดอก มองหน้าอีกฝ่ายอย่างสงสัย

ฉันมารอเธอ...

.......... ยูจีนนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร หากแต่ในใจนั้น

ซองเกโอ เกิดอะไรขึ้นกับเธอ คนที่ไม่เคยยอมห่างยุนเซยองอย่างเธอทำไมจะต้องมาบอกว่า รอฉัน??? วันโกหกเลยมาแล้วนี่นา - - - ฉันอาจจะคิดมากเกินไปก็ได้

ทั้งสองคนเดินมาด้วยกัน ยูจีนไม่ แม้แต่จะเป็นฝ่ายเอ่ยบทสนทนาขึ้นก่อน กับคนที่แทบไม่เคยคุยกันแบบนี้ จะให้พูดอะไรด้วยกันนะ... เธอคิด

ยูจีนชะงักเท้า เกโอจึงหยุดตามก่อนเอ่ยถาม

... มีอะไร ร่างสูงมองตามสายตาของเด็กสาว

เทซกที่กำลังจะเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนหยุดยืนมองมาที่พวกเขาทั้งสองคน ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดใดทั้งสิ้น

เทซก... อรุณสวัสดิ์ ยูจีนรีบยิ้มทักก่อนจะเดินเข้าไปหา

อืม... อรุณสวัสดิ์ เทซกตอบแต่สายตามองเลยไปที่เด็กหนุ่มอีกคน

มาด้วยกันเหรอ

... เปล่า... บังเอิญเจอกั-

อืม เกโอชิงตอบก่อนที่เด็กสาวจะได้พูดจบประโยค ยูจีนยืนค้างด้วยความตกใจ

...... งั้น ค่อยเจอกันนะยูจีน เทซกเอ่ยเรียบๆก่อนจะเดินจากไป เด็กสาวหันมาตวัดสายตามองคนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ

... ต้องการอะไร น้ำเสียงหวานฟังดูแข็งกร้าวขึ้นจนผิดปกติ ยามเช้าถูกก่อกวนจนผิดปกติ

... เปล่า... 

เด็กสาวรู้สึกหงุดหงิดกับท่าทางของเกโอ ทำให้ต้องรีบเดินหนี แต่ถึงอย่างนั้น ร่างสูงก็ยังเดินตามมา

ซองเกโอ... เธอต้องการอะไร? ยูจีนหันมาเผชิญหน้า นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลเป็นประกายกร้าว

... คบกับฉันไหม

ไม่! มิสอัจฉริยะปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงจะนึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่คนอย่างซองเกโอมาพูดอะไรแบบนี้

... ไม่ต้องรีบตอบขนาดนั้นก็ได้ เกโอยิ้ม แต่เป็นรอยยิ้มที่ยูจีนเกลียด รอยยิ้มที่ราวกับกำลังคิดว่าตนถือไพ่เหนือกว่านั้น ทุกครั้งที่ได้รับรอยยิ้มแบบนี้ ทำให้เธอรู้สึกอยากเอาคืนด้วยคำพูดให้อีกฝ่ายจมดินไปเลย

เธอคบกับยุนเซยองอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ... จะมาอะไรกับฉัน

ฉันกับเซยองเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้น... ดูไม่ออกเหรอ

เกโอ.... อ๊ะ! มาขัดจังหวะรึเปล่า เซยองเดินเข้ามาหา เด็กสาวผมเปียหันมายิ้มทักยูจีน

ขอตัวเกโอไปก่อนนะ ชุนยูจีน

ไม่ได้ล็อคไว้นี่... เชิญเลย ยูจีนยิ้ม(เชือด)ตอบ แล้วรีบเดินหนีเข้าห้องไป

เทซก... วันนี้ก็ตั้งใจซ้อมนะ ยูจีนเอ่ยบอกก่อนจะยิ้มให้ รู้อยู่แก่ใจว่าอย่างเทซกไม่มีทางยิ้มตอบแน่ๆ

อืม เด็กหนุ่มรับคำห้วนๆ

ฉันยืนดูเธอเริ่มยิงซักแป๊บก็แล้วกัน... ร่างบางพิงตัวกับผนังห้อง

รู้ไหมเทซก นอกจากเวลาเธออ่านหนังสือแล้ว สายตาเธอเวลาเพ่งไปที่เป้า ก่อนที่มือของเธอจะค่อยๆปล่อยสาย แล้วท่ายืนนิ่งเวลามองลูกธนูพุ่งเข้าปักตรงกลางเป้านั้น ฉันชอบทั้งหมดเลย

ชุนยูจีน...

เด็กสาวเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียก

... มีอะไร เธอลืมไปสนิทว่าเกโอก็อยู่ชมรมยิงธนู แต่ต่อให้ไม่รู้ก็คงไม่แปลก เพราะสายตาของยูจีนนั้นอยู่ที่คนๆเดียว

... ไม่เข้าชมรมเหรอ

ฉันมาดูเทซก... เดี๋ยวจะไปแล้ว... ยูจีนขยับตัวออกจากกำแพง แต่อีกฝ่ายยืนขวางไว้

..................... หลีก ดวงตาคู่สวยตวัดมองจ้อง หากเป็นคนอื่นคงถอยหนีแล้ว... สายตาของยูจีนยามโกรธ แต่เกโอกลับไม่หลีกทางให้

วันอาทิตย์นี้ไปเดทกัน

ไม่... ทำไมฉันต้องไปเดทกับเธอ เด็กสาวมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชาราวกับน้ำแข็ง

เด็กหนุ่มร่างสูงแค่นยิ้ม ก่อนจะโน้มตัวลงมาพูดเบาๆที่ข้างหูอีกฝ่าย

... เพราะฉันอยากคบกับเธอ ชุนยูจีน

แต่ฉันไม่อยาก - -*

ทำอะไรกันอยู่ตรงนั้น... ยูจีน... ไปเข้าชมรมได้แล้ว เสียงเทซกดังมาจากเบื้องหลังร่างสูงที่ยืนบังทัศนวิสัยของเธอ ยูจีนรีบเบี่ยงตัวออกมา แต่ข้อมือเล็กถูกคว้าไว้

อย่าลืมคำตอบล่ะ

ไม่! ถ้าอยากไปนักก็เอาชนะเทซกให้ได้ก่อนไป ยูจีนยื่นคำขาด เธอมั่นใจ เทซกไม่เคยแพ้ใคร แต่ขึ้นอยู่กับว่าเทซกจะตอบตกลงไหม

ช่วยฉันทีนะเทซก





To be continue...

2007/Apr/03

ชิ้นที่4

บรรยากาศของสวนจตุจักรยามเช้ายังไม่ร้อนมาก ท้องฟ้าสีครามกับกลุ่มเมฆขาวลอยเอื่อยๆ ด้วยความที่เป็นวันธรรมดา ผู้คนจึงไม่มากเท่าสุดสัปดาห์ ทั้งสองคนเดินคู่กันไปเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรขึ้นมา จนกระทั่ง คาซุโนริชี้ไปที่เก้าอี้ยาวใต้ต้นไม้ ทั้งสองคนถึงตัดสินใจเดินไปนั่ง

สบายดีรึเปล่าครับ เขาเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้น

ก็... เรื่อยๆ

อย่ากังวลไปเลยนะครับ... ผม... กับมัตซึโมโตะคนนั้นไม่เหมือนกันหรอกครับ ฮานะจัง... ไม่มีใครเหมือนกันหรอก ชายหนุ่มเอ่ยต่อราวกับอ่านใจของเฟลอร์ออก เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วพูดต่อ

คนเสียงเหมือนกัน... มีตั้งมากมาย... ทั่วโลก..... จริงไหมครับ คาซุโนริหันมามองหน้าเธอ เมื่อเฟลอร์ไม่พูดอะไร เขาจึงเอ่ยต่อ

ถ้าเป็นผม... ผมคงไม่ยอมหรอกครับ... ผมอยากที่จะเรียกฮานะจังว่าฮานะจัง... ชายหนุ่มพูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี - - - เฟลอร์กลับนิ่งไป

... นั่นสินะ

ฝ่ามือใหญ่วางลงบนศีรษะของเฟลอร์เบาๆ ก่อนจะลูบอย่างอ่อนโยน เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมอง ก็จะได้รับรอยยิ้มจากเจ้าของมือที่อบอุ่น - - - ความอบอุ่นที่โหยหาไม่เคยหาได้จากที่ไหนนอกจากที่นี่ ข้างๆคนๆนี้เท่านั้น

อย่ากังวลไปเลยนะครับ... ทำงานให้สบายใจดีกว่า... จะเป็นสาวเสิร์ฟน่ะ... ต้องยิ้มอย่างสดใส... จริงไหมครับ

อื้ม! เฟลอร์ตอบพร้อมกับรอยยิ้มหลังจากรู้สึกสบายใจขึ้นมา

?! หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมา

......... ฝัน..... เธอพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปมองนาฬิกาที่ข้างเตียง เข็มบนหน้าปัดบอกเวลา7.30น เฟลอร์ลุกขึ้นจากเตียง เก็บที่นอนให้เรียบร้อย - - - หญิงสาวเปิดลิ้นชักที่อยู่ตรงหน้าเตียง หยิบพวงกุญแจฟิกเกอร์ของฮิเดะขึ้นมา ทาบกับหน้าอก ดวงตาหลับพริ้ม ริมฝีปากบางแย้มยิ้มเล็กน้อย

ขอบคุณนะ... คาซุคุง

สวัสดีครับฮานะ มาซากิเอ่ยทักตามปกติเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาในร้าน

สวัสดีค่ะมัตซึโมโตะซัง! รอยยิ้มสดใสระบายบนใบหน้า เสียงหวานใสเอ่ยทักตอบอย่างร่าเริง ชายหนุ่มถึงกับชะงักกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเฟลอร์... แต่แล้วเขาก็ยิ้มออกมา - - - ดีแล้ว จะได้ทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่น... เขาคิดเช่นนั้น

วันนี้ก็รบกวนด้วยนะครับ

เช่นกันค่ะ! 

เฟลอร์ทำงานอย่างตั้งใจและต้อนรับลูกค้าด้วยรอยยิ้มสดใส จนพี่แพรว หัวหน้าพนักงานถึงกับเอ่ยชม จวบจนสองเดือนผ่านไป ก็ถึงเวลาเปิดร้านจริง... 14มกราคม

ออเดอร์ค่ะ! เฟลอร์รีบวางกระดาษจดออเดอร์เข้ากับที่ ก่อนจะเดินให้เร็วเพื่อมารับลูกค้าที่โต๊ะใหม่

สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าเครื่องดื่มจะรับเป็นอะไรดีค-?? หญิงสาวที่กำลังยิ้มรับชะงักไปเมื่อพบหน้ากับลูกค้าที่โต๊ะนี้

เฟลอร์ ชายหนุ่มร่างใหญ่เอ่ยชื่อเธอออกมา เจ้าของชื่อเพียงค้อมหัวนิดๆ ก่อนจะรอรับออเดอร์จากอีกฝ่าย

มีอะไรแนะนำไหมล่ะ เขาไม่ปล่อยให้เงียบ แต่ยังเอ่ยถามต่อทั้งที่สายตายังไล่ไปตามเมนู

ชาเขียวเย็นค่ะ... หรืออยากทานเป็นค็อกเทลคะ... 

... ชาเขียวเย็นก็แล้วกัน

มาซากิที่กำลังเก็บโต๊ะใกล้ๆกันเหลือบมองใบหน้าเธออย่างแปลกใจ เขารู้สึกได้ว่าเฟลอร์กำลังรู้สึกอึดอัดกับลูกค้าที่โต๊ะนั้น แต่เท่าที่มองก็ไม่เห็นว่าลูกค้าจากโต๊ะนั้นจะทำอะไรที่ไม่เหมาะสมเลยแม้แต่น้อย

ทวนออเดอร์นะคะ... ชาเขียวเย็นสองที่ ข้าวฮายาชิหนึ่งที่... แล้วก็ข้าวหน้าหมูทอดหนึ่งที่นะคะ เสียงที่ควรจะหวานใสกลับนิ่งและราบเรียบ เฟลอร์ทวนออเดอร์โดยที่ไม่สบตากับชายหนุ่ม เธอปั้นยิ้มกับหญิงสาวผมยาวที่นั่งอยู่ด้านตรงข้ามแทน เมื่อหญิงสาวคนนั้นพยักหน้ารับแล้ว เฟลอร์จึงรีบเดินกลับไปที่ครัว

คนรู้จักเหรอต้น? 

อื้ม... เด็กที่เคยตามวงของผมน่ะ 

ผู้จัดการร้านหนุ่มยกถาดเดินผ่านโต๊ะของต้นไป แล้วเลี้ยวเข้าครัว เขาเห็นเฟลอร์กำลังถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนอยู่ที่ชั้นวางออเดอร์

เหนื่อยเหรอครับฮานะ... มาซากิชะโงกหน้าเข้าไปถาม

... ไม่หรอกค่ะ... ยังสบายดีอยู่ วันนี้ลูกค้าแน่นร้าน ยอดขายต้องดีแน่ๆค่ะ... ฮานะไปคอยดูแลลูกค้าต่อนะคะ เฟลอร์ยิ้มให้เขาก่อนจะเบี่ยงตัวออกไปจากร้าน แต่ชายหนุ่มร่างสูงรู้ดีว่าคงมีอะไรสักอย่างเกิดขึ้นระหว่างลูกค้าที่ชื่อต้นกับเฟลอร์ - - - อยากจะถาม แต่ก็คิดไว้ว่าไม่ใช่เรื่อง หากแต่ตลอดเวลาสองเดือนที่ผ่านมา เขาคือคนที่ไปส่งเธอทุกคืน มีเรื่องราวมากมายที่ได้พูดคุยกันจนสนิทสนม ดังนั้น ถ้าเขาจะถาม... คงต้องถามให้เนียนๆ

ในที่สุดก็ถึงเวลาปิดครัว เฟลอร์เอ่ยลาพนักงานทุกคนอย่างสุภาพ ก่อนจะเดินออกจากร้านโดยมีมาซากิเดินนำ หนุ่มญี่ปุ่นสังเกตได้ว่าเธอพยายามเลี่ยงจากการเดินไปเฉียดใกล้บริเวณโต๊ะของต้นอีกเลย - - - คงต้องรอจังหวะเหมาะแล้วค่อยถาม

ทั้งสองคนก้าวเท้าเข้าไปในรถไฟใต้ดิน ก่อนจะนั่งลงยังตำแหน่งเดิมๆ เมื่อประตูรถเลื่อนปิด เฟลอร์ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

เหนื่อยมากไหมครับ

หญิงสาวถอนหายใจออกมาอีก - - - การจะเล่าอดีตสั้นๆที่ไม่น่าจดจำให้กับผู้ชายที่รู้จักกันได้สองเดือนฟังนั้น ออกจะแปลกไปหน่อย เธอไม่เคยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอให้กับผู้ชายฟัง... ผู้ชายก็ต้องเข้าข้างผู้ชายด้วยกันเองอยู่แล้ว แต่น่าแปลก ที่เฟลอร์กลับคิดว่าไม่เป็นไร ถ้าจะเล่าให้มาซากิฟัง

ต้นเป็นมือกีตาร์ของอดีตวงคัฟเวอร์ที่มีชื่อพอสมควร เฟลอร์รู้จักกับเขาผ่านทางรุ่นพี่ และก็ได้คุยกัน ทางMSN ภายหลังถึงได้รู้ว่าเขาคือมือกีตาร์ของวงที่เธอชื่นชอบ

... แล้วเขาก็บอกว่าชอบฮานะ... อยากจะคบด้วย

แม้จะปฏิเสธ แต่อีกฝ่ายยังคงตื๊อ บวกกับแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง จึงจบลงด้วยการคบกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นไปอย่างราบรื่น

... แล้ววันนึง... ฮานะก็ติดต่อเขาไม่ได้........ เขาหายไป

เฟลอร์ได้เจอกับต้นอีกครั้ง ก็ตอนที่รู้ว่าต้นกลับไปคืนดีกับแฟนเก่า

... ไม่บอกกันซักคำ...

มาซากิถึงบางอ้อ อยากจะปลอบใจ แต่ก็คิดว่าเรื่องผ่านมานานแล้ว กลับกันเขาอยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคิดอะไรเมื่อตอนที่ตัดสินใจหายไปจากเธอ

... อยากจะแกล้งเอาวาซาบิซ่อนเข้าไปในทงคัตสึสุดๆเลย 

ชายหนุ่มหัวเราะออกมา

ไม่บอกล่ะครับ ผมจะได้ทำให้

คราวนี้เฟลอร์หัวเราะบ้าง

ได้ยังไงล่ะคะ เดี๋ยวตานั่นเอาไปเที่ยวพูดต่อว่าร้านเราไม่ดี... ยอดขายตกล่ะจะซวยกันเป็นแถบๆนะคะ หญิงสาวพูดกลั้วกับเสียงหัวเราะ แต่แล้วกลับหยุดนิ่งเมื่อหันมาสบตากับมาซากิพอดี ดวงตาสีนิลที่มองมากับรอยยิ้มบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเขาทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าใบหน้าเริ่มร้อนผ่าว

อ่า... คือ... ฮานะหมายถึง เฟลอร์รีบพูดต่อ เพื่อจะอธิบายสิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่

ผมเข้าใจครับ... ถ้ายอดขายตกล่ะก็... ซวยแน่ มาซากิยิ้มกว้างก่อนจะหัวเราะออกมาอีกครั้ง

มัตซึโมโตะซังนี่... พูดภาษาไทยเก่งนะคะ... เก่งมาก หญิงสาวเอ่ยชม แต่สายตาของเธอกลับจ้องมองไปที่กระจกอีกฝั่ง

เรียกมาซากิเฉยๆก็ได้ครับ

เรียกเฉยๆไม่ได้หรอกค่ะ... มัตซึโมโตะซังอายุมากกว่า ก็ต้องเรียกอย่างสุภาพ จริงไหมคะ

ถ้าอย่างนั้น เรียกมาซากิซังก็ได้ครับ ใบหน้าเอาจริงเอาจังของมาซากิทำเอาเฟลอร์ยิ้มขำ

..... ยอมแพ้ค่ะ...

ทั้งสองคนลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อบานประตูเลื่อนเปิด เฟลอร์เดินผ่านประตูรถออกมาก่อน แต่ชายหนุ่มที่นั่งมาด้วยกลับช้ากว่า เขากำลังล้วงหาบางอย่างในกระเป๋าขณะที่เดินตามเธอออกมา เสียงดนตรีเบาๆดังขึ้นทำให้เธอได้รู้ เขากำลังหาโทรศัพท์มือถือ

ว่าไงครับกระต่าย........ ครับ ผมเพิ่งเลิกงาน... วันนี้เป็นวันเปิดร้านนะครับ อย่าลืมสิ........ ผมจะรีบกลับไปครับ......

แม้ไม่ตั้งใจ แต่เฟลอร์ก็ได้ยินคำสนทนาเหล่านั้น ต่อให้สมองช้าแค่ไหนก็เดาออก... คงจะเป็นแฟนสินะ - - - เมื่อมาซากิวางสาย

ส่งแค่นี้ก็แล้วกันค่ะวันนี้ แฟนรออยู่ไม่ใช่เหรอคะ ชายหนุ่มยิ้มเขินๆก่อนจะตอบว่าใช่ เฟลอร์จึงโบกมือลา

ไว้พบกันพรุ่งนี้ค่ะ มัตซึโมโตะซัง 

เมื่อกลับถึงบ้านแล้ว เฟลอร์รีบอาบน้ำและเข้านอน แม้จะอยากออนไลน์ แต่วันนี้กลับรู้สึกหนักไปทั้งตัว ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงก่อนจะตกเข้าสู่ห้วงนิทรารมณ์

!!!? เฟลอร์สะดุ้งตัวตื่นขึ้นด้วยความตกใจ ภาพที่เห็นในฝันยังแจ่มชัดจนเหมือนจริง - - - ท่ามกลางความมืดมิดรอบกาย หญิงสาวนั่งแปะอยู่กับพื้นอันเย็นเยียบด้วยความท้อใจ เศษเล็กเศษน้อยที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น เฟลอร์ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากชิ้นไหนก่อนดี

ทำไมถึงเป็นคุณที่ยื่นมือมาช่วยเหลือฉันในฝัน... มัตซึโมโตะซัง

To be continue...








มาอีดิธ 555555 มันโง่ๆเมื่อคืน หายไปบรรทัดนึง 55555555

ไม่ได้หลับทั้งยืนนนนนน กลับบ้านแล้ว นอนแล้ว ถึงฝันอีกกกกกก


edit @ 2007/04/03 13:16:52

2007/Mar/20

-2-

เมื่อวานกว่าจะหนีจากเจ้าเด็กนั่นมาได้เล่นเอาแทบแย่ ต้องใช้ความพยายามตั้งนานกว่าจะอธิบายให้เด็กนั่นเข้าใจได้ว่า ฉันไม่ได้เป็นเจ้าหญิงเหมือนกับตำแหน่งที่ได้เลยแม้แต่น้อย ข้างนอกฉันอาจจะดูดี ดูสวยก็จริง แต่ข้างในไม่ต่างอะไรกับนักเลงดีๆ - - - เหอะ ถ้าฉันดีอย่างนั้น ไม่อยู่เป็นสาวโสดแบบนี้หรอก... ฉันคิดไปเรื่อยๆขณะเดินผ่านหน้าประตูโรงเรียนอย่างง่วงๆ

รุ่นพี่แช! อรุณสวัสดิ์ครับ

- -* เอาแล้วสินะ

.......... เธอ - -*

โจอึนทงครับ

..... รู้แล้ว

อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นพี่!!

....... พูดเสียงดังแบบนี้มันปวดหัวนะ!! - -*** รีอินกัดฟันพูดเมื่อเห็นสายตาคนรอบข้าง กับคำพูดที่หลุดลอยมาเข้าหูเธอโดยไม่ตั้งใจ

เทพบุตรอึนทงกับเจ้าหญิงเหรอ

ไม่เอานะ

แชรีอินน่ะเป็นเจ้าหญิงได้แค่รูปเท่านั้นล่ะ ทำท่าทางแบบนั้นกับเทพบุตรได้ไง

ที่ว่ามีเรื่องกับโรงเรียนอื่นแล้วส่งพวกนั้นเข้าโรงพยาบาลไปเป็นเรื่องจริงรึเปล่าน่ะ

แม่จะฆ่าเรียงตัวเลย

แต่ก่อนที่รีอินจะได้หันไปต่อกรกับแม่ผู้หญิงพวกนั้น

ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน ก็ไม่มีสิทธิตัดสินคนอื่นจากภายนอกนะครับ กรุณาอย่าพูดถึงรุ่นพี่แชแบบนั้นอีกนะครับ อึนทงหันไปพูดกับคนพวกนั้นด้วยสีหน้าจริงจัง รีอินถึงกับมองเขาอย่างประหลาดใจ - - - ร่างสูงหันมาหาเธอพร้อมกับยิ้มให้

เรียบร้อยแล้วครับ! เดี๋ยวรุ่นพี่จะไปไหนครับ? ให้ผมไปส่งที่ห้องไหมครับ?

. รีอินกุมขมับ

ฉันเดินไปที่ห้องเองคนเดียวได้ตั้ง2ปี อีกปีเดียวมันไม่เป็นไรหรอก เธอจะไปเข้าห้องหรือซ้อมดนตรีอะไรก็ทำเถอะ เด็กสาวเอ่ยตอบก่อนจะเดินต่อ แต่อึนทงก็ยังคงเดินมาข้างๆ

งั้นผมเดินไปด้วยครับ!

ใครก็ได้ช่วยฉันที - - - ไม่ใช่ว่าไม่ประทับใจในความช่วยเหลือที่เด็กนี่ทำเมื่อกี๊หรอกนะ แต่ ฉันชอบที่จะอยู่คนเดียวมากกว่าจริงๆนะ มันเงียบ สบาย แล้วก็ไม่เรื่องมาก เฮ้อ เดี๋ยวก็คงเบื่อไปเองน่ะแหละ

จริงสิครับ วันนี้มีชมรม รุ่นพี่แชอยู่ชมรมไหนครับ

บาส

ถ้าอย่างนั้น วันนี้ผมจะแวะไปดูนะครับ! รุ่นพี่แชต้องเล่นเก่งแน่ๆเลย

. ฉันจะเข้าห้องเรียนแล้ว เธอก็ไปซะไป

ไม่รอให้อึนทงได้บอกลา เด็กสาวผมยาวรีบเดินเลี้ยวไปเข้าห้องทันที

เฮ้ออออ เหมือนมีอะไรมาพล่ามๆๆๆๆๆๆอยู่ข้างๆหูตลอดเวลาเลย ยังกับว่าหูชาไปแล้วยังงั้นแหละ กลุ้ม(เว้ย)ค่ะ!! 

รีอินนอนพาดลงกับโต๊ะ ตั้งหนังสือบังไว้

เบื่อ - - เมื่อไหร่จะจบคาบเช้าเสียทีนะ จะได้ไปเล่นบาส เจ้าเด็กนั่นคงไม่มาดูหรอก ชมรมดนตรีก็คงต้องเล่นไปสินะ ใช่สิ ไม่มาหรอก อย่ามาเลย - -

ไง รีอิน

แกมาทำอะไรที่นี่หา?? รีอินแว้ดใส่เมื่อเห็นหนุ่มแว่นคนดังเจ้าของตำแหน่งเทพยืนยิ้มโบกมือให้

มาดูคนสวยเล่นบาส เขาตอบพลางหยิบปอยผมที่หลุดจากการมัดของอีกฝ่ายมาเล่น แต่มือเรียวเล็กยกขึ้นปัดมือของยุกชีออกไป

ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างแ-!!!!? รีอินแทบหน้าคว่ำเมื่อกองนักเรียนหญิงไร้สังกัด(ชมรม)ผลักเบียดเธอเสียกระเด็น

ตามที่คาดไว้ ยุกชีถูกห้อมล้อมโดยนักเรียนหญิงมากมายอีกเช่นเคย รีอินตัดสินใจเดินกลับเข้าไปที่สนามบาสซึ่งตอนนี้ว่างโล่ง พวกเด็กใหม่ยังนั่งขัดลูกกันอยู่ เด็กสาวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากชู้ตเล่นเพียงคนเดียว

ซักวันฉันจะจับแกบีบๆๆๆเป็นลูกกลมๆแล้วโยนยัดห่วงแน่ ลียุกชี!

รุ่นพี่แชคร้าบ~

. รีอินยืนนิ่ง ไม่คิดว่าจะมีแต่เรื่องวุ่นๆมาให้ปวดสมอง

อ้าว ยังไม่เริ่มเล่นกันเหรอครับ

เธอไม่ตอบแต่หันไปทางทิศที่ยุกชียืนอยู่

อ๊ะ คนนั้น ที่เป็นเทพ

ใช่ เกะกะขวางหูขวางตาเป็นที่สุด ตามมาป่วนถึงชมรม คิ้วเรียวขมวดจนแทบจะเป็นปม แต่พอหันมาว่าจะพูดกับอึนทง ปรากฏว่าร่างสูงได้หายไปเสียแล้ว

ไปอยู่ตรงนั้น

โทษนะครับรุ่นพี่ แต่ตอนนี้เป็นเวลาชมรม ช่วยอย่ารบกวนการฝึกซ้อมของชมรมบาสได้ไหมครับ?

เสียสติไปแล้วเหรอเจ้าเด็กบ้า!!!!!

To be continue