Prelude ~บทนำ~
23 ธันวาคม ปี2002 วันธรรมดาหนึ่งวัน แต่สำหรับฉันแล้ว เป็นวันที่ทำร้ายสภาพจิตใจฉันจนไม่เหลือดี - - - ฉันสูญเสียคนที่ฉันรักมากไปจากอุบัติเหตุรถชน หัวใจของฉันแตกเป็นเสี่ยงๆ ฉันไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว แต่ครั้นฉันคิดจะตาย เสียงของเขาก็มาห้ามไว้ - - - ฉันมีชีวิตต่อไปวันๆคล้ายกับรอวันที่จะได้เจอกับเขาอีกครั้ง
1 ปีต่อมา กับอาการบอบช้ำทางจิตใจที่ไม่ได้ดีขึ้นนัก ฉันก็ได้รู้จักกับคอสเพลย์และวงคัฟเวอร์
คอสเพลย์ (Cosplay) นั้น เป็นคำย่อ มาจากคำเต็มว่า คอสตูมเพลย์เยอร์ (Costume player) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่แต่งตัวเลียนแบบศิลปิน ตัวการ์ตูน และตัวละครในเกมส์ แม้กระทั่งหนังที่ชื่นชอบ คนทั่วไปมักจะเรียกกันสั้นๆว่า คอส แล้วงานคอส ก็มักจะมีขึ้นแทบทุกเดือน เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าเพื่อนฝูงนักคอสทั้งหลายได้มาพบเจอกัน
ส่วนวงคัฟเวอร์ (Cover) ก็คือวงดนตรีที่ตั้งขึ้นแล้วเล่นก็แกะเพลงจากวงที่ชอบ เพื่อนำมาเล่นในงานคอส
ชีวิตฉันเปลี่ยนไปนับแต่ก้าวเข้าไปในโลกนั้น สีสันมากมายแต่งแต้มต่อเติมเข้ามาทดแทนความอ่อนแอในใจของฉัน - - - แล้วในปีต่อมา ฉันก็ตกหลุมรักคนๆนึงในวงการนี้เข้าจนได้ เรื่องราววุ่นวายมากมายเกิดขึ้นกับฉัน ความรู้สึกรักใครสักคนที่คิดว่าลืมไปแล้วกลับไม่ได้หายไปอย่างที่คิด ความรู้สึกต่างๆมากมายไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา หรือเจ็บปวดที่เกิดขึ้นผลักดันฉันไปจนถึงขีดสุด ในเวลา2ปีกว่า นับจากวันที่ฉันตกหลุมรักเขา ฉันก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดความรักที่มีให้เขาเสียที เพราะมันเปล่าประโยชน์ในเมื่อฉันคงเป็นแค่คนๆหนึ่งที่รู้จักกับเขาแบบผิวเผิน อาจเป็นไม่ได้แม้กระทั่งเพื่อนสนิท เพราะฉะนั้น จบแค่นี้อาจจะดีกว่า... เขาไม่คิดจะรับเศษหัวใจที่ฉันส่งให้ ไปประกอบคืนให้สมบูรณ์ดังเดิม
ฉันค่อยๆเก็บเศษของหัวใจที่กระจัดกระจายขึ้นมาอีกครั้ง เก็บใส่ไว้ในกล่อง... คงต้องรอวันที่ฉันจะได้ยื่นมันให้ใคร และคนนั้นก็เต็มใจที่จะเอามันไปประกอบให้สมบูรณ์
...
อีกนิดเดียวก็จะครบ 4 ปี... นับจากวันที่หัวใจฉันแตกเป็นเสี่ยง...
ชิ้นที่1
พี่ฮานะ~
ว่าไงนัชชี่ หญิงสาวผมประบ่าในชุดแซคสีชมพูอ่อนหันมาตามเสียงเรียก
เดี๋ยวอาร์คาน่าจะขึ้นเล่นแล้วนะ! ไม่ไปดูเหรอ?? นัชชี่ถาม เด็กสาวที่มีส่วนสูงน้อยกว่าทำสีหน้าตื่นเต้น
อื้อ! ไปสิ ไม่ดูได้ไง เธอตอบพร้อมทั้งเดินนำนัชชี่ไปยังบริเวณหน้าเวที ผู้คนมากมายยืนเบียดกัน ส่วนใหญ่เป็นเด็กสาวๆทั้งนั้น ทำให้เธอตัดสินใจดึงนัชชี่ออกมาวงนอก
โห... ตัดใจจริง... เด็ดขาดมาก เชื่อแล้วล่ะว่าพี่เลิกชอบทาคุมิ นัชชี่เอ่ยถึงมือกีตาร์วงคัฟเวอร์ที่ชื่อว่า อาร์คาน่า ชายหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นในมาดแบดบอยสุดเท่ห์ - - - ทาคุมิ ที่เฟลอร์เคยรักเสียมากมาย
เฟลอร์ เจ้าของชื่อ ฮานะ มัตซึโมโตะ ชื่อที่เธอใช้ในวงการ ไม่ว่ากี่คนๆ ก็เรียกเธอว่าฮานะจนแทบจะกลายเป็นชื่อของเธอไปจริงๆเสียแล้ว
ฮะฮะฮะ อยู่แล้วล่ะ! แต่พี่ก็ไม่เลิกดูอาร์คาน่าหรอกนะ...... อ๊ะ! ขึ้นเวทีมากันโน่นแล้ว เฟลอร์รีบชี้ไปทางเวที หนุ่มหล่อ5คนที่มีบุคลิกแสนโดดเด่นค่อยๆเดินขึ้นมาบนเวทีก่อนเข้าประจำตำแหน่งของตัวเองท่ามกลางเสียงกรี๊ดที่กระหึ่มไปทั่วลานกว้าง - - - นัชชี่เหลือบมองดูเธอ ใบหน้าของเฟลอร์มีรอยยิ้มและความชื่นชมในประกายตา ในที่สุดเธอก็ยิ้มได้อย่างนี้ ทั้งๆที่เบื้องหน้าคือภาพของทาคุมิแท้ๆ หากเป็นเมื่อก่อน เฟลอร์จะดูอาร์คาน่าด้วยสีหน้าเหงาๆเสมอมา... จากท่าทางของเฟลอร์ในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันเรื่องความรู้สึกของเธอได้ดีเลยทีเดียว
จริงสิ... นัชชี่... พี่ชาล่ะ ไม่เห็นเลย เฟลอร์หันมาถามหลังจากจบเพลงแรก
คงถือน้ำเตรียมรออัยย์อยู่หลังเวทีละมั้ง
ทั้งสองคนกำลังพูดถึง ชา หรือ รวิชา รุ่นพี่ของเฟลอร์ ที่เพิ่งจะคบกับ อัยย์ นักร้องนำรูปหล่อประจำวงอาร์คาน่า เจ้าของฉายาคุณชายสตรอว์เบอร์รี่
นัชชี่... เฟลอร์เรียกหลังจากเหล่าหนุ่มๆทั้ง5เดินลงจากเวที
ว่าไงหือ
เดี๋ยวคอยดูอะไรด้วยนะ จะได้รู้ว่าพี่เข้มแข็งขึ้นแล้ว เธอวิ่งไปข้างหลังเวทีทันทีที่พูดจบ นัชชี่ได้แต่วิ่งตามไปอย่างงงๆ ไม่อาจจะเข้าใจได้ว่ารุ่นพี่สาวคนนี้คิดอะไรอยู่
ทาคุมิ~ เฟลอร์เรียกเสียงใส เด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าของชื่อหันมามองนิ่งๆ นัชชี่เห็นเฟลอร์ส่งยิ้มให้พร้อมกับโบกมือทักทายพลางเดินเข้าไปหาอย่างไม่กลัวเหล่าแฟนๆที่ยืนอยู่แถวนั้น
...? ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยังคงความนิ่งที่ดูราวคนเย็นชาไว้ได้เสมอ... นัชชี่คิดเช่นนั้น
เมื่อกี๊โซโล่กีตาร์สุดยอดเลยค่ะ! ไม่มีหลุดเลย >w< นัชชี่ตกใจนิดหน่อยกับท่าทางสดใสเริงร่าของเฟลอร์... ทั้งๆที่งานเมื่อเดือนที่แล้ว ยังไม่กล้าที่เข้าไปหาทาคุมิเลยด้วยซ้ำ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น
แน่นอน... ทาคุมิตอบด้วยน้ำเสียงของคนมั่นใจ100%
ถ่ายรูปได้ไหมคะ นัชชี่อึ้งกำลังสอง ไอ้ท่าทางไม่กล้าเข้าไปถ่ายรูปเมื่อ2-3งานที่ผ่านมาคืออะไร น่าแปลกใจสำหรับคนอย่างเฟลอร์ที่จะก้าวข้ามความรู้สึกอะไรสักอย่างในเวลาอันรวดเร็วอย่างนี้ - - - ทาคุมิยืนนิ่งๆให้เฟลอร์ได้ถ่ายรูปตามใจ
เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณค่า~ ฮานะจะไปวิ่งเล่นต่อแล้วนะคะ แล้วเดี๋ยวคงได้เดินผ่านกันอีก เฟลอร์ยิ้มลา แล้วปลีกตัวออกมาพร้อมๆกับนัชชี่... และทันทีที่ออกมาจนถึงบริเวณที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่าน
พี่... ไอ้ที่พี่บอกว่าเลิกชอบ ตัดใจ แต่ยังดูอาร์คาน่า... นี่รวมไปถึงปกติสุขปานนี้เลยเรอะ
........ ประมาณนั้น....
นึกว่าจะเข้าขั้นเกลียดไม่อยากเห็นหน้าเลยเสียอีก
เฟลอร์ถอนหายใจเบาๆก่อนจะยิ้มให้เด็กสาวตรงหน้า
เกลียดทำไมล่ะ... ทาคุมิไม่ได้ทำอะไรแย่ๆให้พี่รู้สึกเกลียดนี่นา... ก็แค่เลิกรัก... แต่ให้ตัดออกไปจากชีวิตพี่คงทำไม่ได้หรอก....... สายตาเฟลอร์ทอดไปไกลแล้วเอ่ยต่อ
ก็รักมากมาตั้งสองปี... ยังไงก็ตัดจากชีวิตไม่ได้หรอก...... ถ้าไม่มีทาคุมิ... พี่คงลืมไปแล้วว่ามีหัวใจ
นัชชี่ไม่ถามอะไรต่อ เธอหย่อนตัวลงนั่งข้างๆเฟลอร์ หากพูดอะไรซี้ซั้วออกไป แล้วคำพูดนั้นเผลอไปสะกิดใจเข้า เฟลอร์อาจร้องไห้ออกมาได้... แค่หนเดียวที่เกือบได้เห็นน้ำตาของเธอต่อหน้าก็เกินพอ นัชชี่ไม่อยากให้มันมีหนที่สอง
เออใช่... วันนี้พี่ต้องรีบกลับบ้านนี่นา... กี่โมงแล้วเนี่ย จู่ๆหญิงสาวก็ลุกพรวดขึ้น ยกข้อมือขึ้นดูเวลา
ดีนะเนี่ยที่วันนี้อาร์คาน่าขึ้นไม่เลท... งั้นเดี๋ยวพี่กลับบ้านก่อนแล้วล่ะนัชชี่... จะทำอะไรต่อรึเปล่าเราน่ะ เธอหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ก่อนจะหันมาถาม
ไม่อะ... พี่กลับเราก็กลับ...เด็กสาวตัวเล็กลุกขึ้นตามพร้อมกับเป้สะพายหลัง
เดี๋ยวถึงบ้านเมื่อไหร่ ทำอะไรเรียบร้อยแล้วจะโทรไปเมาท์นะ
โอเช
เฟลอร์ขึ้นรถไฟฟ้ากลับมาถึงบ้านเธอซึ่งอยู่ไม่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตนัก หญิงสาวค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ... เพราะวันนี้ไม่ได้กลับค่ำ จึงสามารถเดินจากปากซอยเข้ามาบ้านของเธอได้
! ร่างของเธอหยุดชะงัก มือเรียวยกขึ้นทาบบนหน้าอกด้วยความตกใจ - - - จู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีใครมาบีบที่หัวใจ
... อะไรเนี่ย เฟลอร์รู้สึกถึงลางสังหรณ์แปลกๆบางอย่างที่เกิดขึ้น - - - แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นก่อนที่จะได้รับโทรศัพท์แจ้งข่าวการตายของคนๆนั้น
คงไม่มีอะไรหรอกน่า หญิงสาวเอ่ยเบาๆเป็นการปลอบใจตัวเอง
กลับมาแล้วค่า~
เฟลอร์~ มาดูนี่เร็วลูก... พ่อถ่ายรูปมัตซึโมโตะมาให้แล้ว เสียงพ่อเธอตะโกนเรียกมาจากชั้นสอง แจ้งข่าวภารกิจสำเร็จ
มาซากิ มัตซึโมโตะ หรือที่พ่อของเธอเรียกสั้นๆว่ามัตซึโมโตะคือหนุ่มญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้จัดการร้านอาหารญี่ปุ่นที่กำลังจะเปิดใหม่ ที่พ่อของเธอเป็นสถาปนิกรับผิดชอบการออกแบบร้านนี้ - - - เฟลอร์ไม่นึกว่าพ่อจะถ่ายรูปมาให้ตามที่เธอบอก เหตุเพราะว่าพ่อและแม่ของเธอเคยพบกับมัตซึโมโตะที่ว่านี้ แล้วเกิดถูกใจเข้า เลยยุยงให้ลูกสาวที่อายุ20ปีแล้วได้ไปพบเจอ แต่การตัดสินใจอะไรให้แบบนั้น เฟลอร์ไม่เคยคิดว่ามันดี จึงบอกว่าให้ถ่ายรูปมาให้ดูก่อนแล้วเธอจะตัดสินใจว่าไปพบดีไหม
พ่อส่งกล้องดิจิตอลมาให้
เปิดดูเลยลูก
หน้าจอสีดำสนิทค่อยมีตัวอักษรภาษาอังกฤษซึ่งเป็นชื่อยี่ห้อของกล้องดิจิตอลตัวนี้ปรากฏขึ้น เฟลอร์กดปุ่มเพลย์ เพื่อจะดูรูปที่อยู่ในเอสดีการ์ด
...
เฟลอร์ได้ยินเสียงพ่อถามอะไรสักอย่าง แต่คล้ายกับเสียงพ่ออยู่ไกลออกไปจนฟังแทบไม่ได้ยิน ภาพในหัวของเธอขาวโพลนไปหมด ราวกับทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่ง รวมไปถึงหัวใจของเธอด้วย
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอเริ่มพร่ามัวเพราะน้ำใสๆที่ก่อตัวขึ้น เฟลอร์เรียกสติคืนมาแล้ววางกล้องคืนบนโต๊ะ
เฟลอร์ไปอาบน้ำก่อนนะคะ ไม่รอคำตอบจากพ่อ เธอรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องนอนของเธอซึ่งอยู่ชั้นสามด้วยความรวดเร็ว ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมกับร่างกายที่ทรุดนั่งลงกับพื้นห้อง น้ำตาค่อยๆหลั่งไหลลงอาบแก้ม
ภาพของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าที่ดูเอาจริงเอาจังภายใต้กรอบแว่น ผมที่ตัดสั้นไม่มาก รูปหน้าที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี
คาซุคุง...
To be continue...
รบกวนคอมเมนต์ให้ด้วยนะคะ หากได้อ่านจนจบ ^^